ข่าวทั่วไป

กรมสุขภาพจิต เผย 5 ปีหลัง ผู้ป่วยจิตเวชใช้สารเสพติดพุ่ง “ยาบ้า” ครองอันดับ 1

Loading

กรมสุขภาพจิต เผย 5 ปีหลัง ผู้ป่วยจิตเวชใช้สารเสพติดพุ่ง "ยาบ้า" ครองอันดับ 1

กรมสุขภาพจิต เผยช่วง 5 ปีหลัง ผู้ป่วยจิตเวชใช้สารเสพติดพุ่ง “ยาบ้า” ครองอันดับ 1 สูงถึง 85% ผู้ใช้อายุน้อยลงเรื่อยๆ ระบาดถึงในโรงเรียน

จากกรณีกรมสุขภาพจิต ผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สุขภาพจิต พ.ศ. … ที่มีการเสนอให้ตั้งกองทุนสุขภาพจิต และอาจจะดึงเอาเงินจากการคดียาเสพติดเข้ากองทุน เพื่อใช้ในการบำบัดดูแลผู้ป่วยจิตเวชอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหางบประมาณไม่เพียงพอ เนื่องจากปัจจุบันมีงบประมาณสำหรับดูแลผู้ป่วยจิตเวชเฉลี่ยรายละ 50 บาท ในขณะที่สากลเฉลี่ย 250 บาทต่อคน แต่ยังมีคำถามว่า หากนำเงินจากคดียาเสพติดมาใช้ จะสามารถใช้งบดังกล่าวเพื่อดูแลผู้ป่วยจิตเวชทั้งหมด ซึ่งบางส่วนไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่

ล่าสุดวันที่ 10 ก.พ.2567 พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กล่าวว่า จากจำนวนผู้ป่วยจิตเวชในประเทศไทย พบว่ากว่าร้อยละ 70 ที่มีปัญหาเรื่องของการใช้สารเสพติดร่วมด้วย ซึ่งมี 2 แบบ คือ จากคนปกติ ที่ใช้สารเสพติดมานานทำให้เกิดผลกระทบกลายมาเป็นผู้ป่วยจิตเวชในภายหลัง กับอีกกรณีคือ เป็นผู้ป่วยจิตเวชอยู่แล้ว ก็ยังมีการใช้สารเสพติด หรือแอลกอฮอล์ร่วมด้วย เพื่อหวังว่าจะลดอาการบางอย่าง ทำให้เกิดปัญหาคู่กัน ขณะนี้พบราวๆ ร้อยละ 60 ที่เกิดปัญหาคู่กัน

พญ.ดุษฎีกล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นหากมีเงินกองทุนเข้ามา ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะสามารถนำไปใช้สำหรับบำบัดดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีสารเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องเท่านั้น เพราะอย่างน้อยก็ครอบคลุมไปแล้วถึงร้อยละ 60-70 ของผู้ป่วยจิตเวชทั้งหมด

พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์

เมื่อถามว่าตัวเลขผู้ป่วยจิตเวชที่มีการใช้สารเสพติดร่วมกว่าร้อยละ 60-70 เป็นตัวเลขสะสม หรือเป็นตัวเลขใหม่ที่เพิ่มเข้ามา พญ.ดุษฎี กล่าวว่า เราพบว่า มันแย่ลงเมื่อช่วง 4-5 ปีหลังนี้ และทำให้อาการผู้ป่วยจิตเวชแย่ลงด้วย โดยพบความชุก หรือจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยปัญหายาเสพติด สารเสพติดเพิ่มขึ้นทุกปี ทุกๆ พื้นที่ของประเทศ ส่วนใหญ่เป็นปัญหาสารเสพติดหลายชนิด โดยร้อยละ 85 คือ แอมเฟตามีน พบมากในกลุ่ม 15-60 ปี ส่วนอายุที่ใช้ก็พบว่า น้อยลงเรื่อยๆ มีการแพร่ระบาดเข้าไปในโรงเรียนด้วย

“สารเสพติดที่ก่อปัญหาสุขภาพจิตนั้น กระทั่งแอลกอฮอล์อย่างเดียวก็ทำให้มีปัญหาสุขภาพจิตแล้ว แต่ตอนนี้สารเสพติดตัวอื่นๆ แซงขึ้นมามาก โดยเฉพาะมีการใช้ผสมกัน โดยมีสารเสพติดที่ถูกฎหมาย อย่างเช่นบุหรี่นำเข้าไปสู่การใช้ยาเสพติดชนิดอื่นๆ ตามมาโดยธรรมชาติ”

พญ.ดุษฎี กล่าวอีกว่า เกือบทั้งหมดของคนที่ใช้สิ่งเหล่านี้พบว่า มีรากฐานมาจากปัญหาด้านจิตใจบางอย่าง เช่น มีบาดแผลทางใจ มีภาวะซึมเศร้า แต่รักษาไม่ถูก โดยเฉพาะส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย เพราะจะไม่ค่อยพูดออกมา

พญ.ดุษฎีกล่าวต่อว่า ในขณะที่ผู้หญิงหากมีปัญหาก็จะพูดหรือสื่อสารออกมา แต่ผู้ชายจะใช้สุรา สารเสพติด เป็นเหมือนยากรักษาบาดแผลทางใจ มุมหนึ่งอาจจะดูเป็นปัญหาสังคม แต่มุมหนึ่งคนเหล่านี้ก็ถือว่า เป็นเหยื่อของปัญหาสังคมมาก่อน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *