ข่าวทั่วไป

แม่เด็กป.1 พบ ผอ.โรงเรียน ขอดูวงจรปิด หลังลูกชาย นอนชัก สิ้นใจสลด

Loading

แม่เด็กป.1 พบ ผอ.โรงเรียน ขอดูวงจรปิด หลังลูกชาย นอนชัก สิ้นใจสลด

แม่ น้องเนส เด็กชายวัย 7 ขวบ โร่พบ ผอ.โรงเรียนดังปทุมธานี ขอดูกล้องวงจรปิด หลังลูกชาย นอนชัก จนเสียชีวิต เผย ทำไมไม่พาไปส่งโรงพยาบาล

วันที่ 15 ก.พ.2567 จากกรณีที่ น้องเนส อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 นอนชักเกร็งในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี ตามที่มีข่าวออกไปแล้ว ในวันนี้ น.ส.กาญจนา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี แม่ของน้องเนสที่เสียชีวิต พร้อมด้วยคุณตากับคุณย่าได้เดินทางไปที่โรงเรียน พร้อมกับ เพจกล้าที่จะก้าว

เพื่อขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดในวันที่เกิดเหตุ พร้อมพูดคุยเรื่องเงินเยียวยา โดยมีนางธรรมสรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วย น.ส.ภัชกรณ์ ครูประจำชั้น ป.1, นางดุสิตา เชาวน์เลิศ พมจ.ปทุมธานี มอบหมายให้นักสังคมสงเคราะห์ สนง.พมจ.ปท.ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี,

แม่ น้องเนส เด็กชายวัย 7 ขวบ โร่พบ ผอ.โรงเรียนดังปทุมธานี ขอดูกล้องวงจรปิด หลังลูกชาย นอนชัก จนเสียชีวิต

แม่ น้องเนส เด็กชายวัย 7 ขวบ โร่พบ ผอ.โรงเรียนดังปทุมธานี ขอดูกล้องวงจรปิด หลังลูกชาย นอนชัก จนเสียชีวิต

นายนพดล ลัดดาแย้ม ประธานกรรมการสถานศึกษาโรงเรียน พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่และครูที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าประชุมกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพูดคุยกัน

น.ส.กาญจนา กล่าวว่า คุณครูก็ช่วยดูแลน้องดีและลูกชายเหนื่อยนอนขัดสมาธิไปกับพื้นแล้วเหมือนเลือดน้องจะไม่ไหลเวียนในร่างกายแล้ว ซึ่งครูเอายาดมมาให้พี่ชายเขาจากนั้นพี่ชายก็เอายามาให้น้องดม และตนก็ไม่ได้ติดใจอะไรแล้ว

น.ส.กาญจนา กล่าวต่อว่า แต่อยากให้คุณครูยุติธรรมมากกว่านี้ ให้ดูแลนักเรียนมากกว่า พร้อมทั้งช่วยเหลือครอบครัวด้วย ให้มีเงินเยียวยาช่วยเหลือ และครูยังช่วยเหลือน้องไม่เพียงพอเพราะให้ยาดมอย่างเดียวและให้เลือดไหลเวียนเอง แต่ทำไมไม่พาไปส่งโรงพยาบาล

น.ส.กาญจนา กล่าวอีกว่า ซึ่งตนบอกครูถ้าน้องอาการเป็นอย่างนี้ให้โทรหาตน แต่ครูไม่บอกว่าน้องเป็นอะไร ครูแค่บอกว่าน้องอาเจียนอ้วก และให้กินยาพาราเพราะน้องปวดหัว ซึ่งถ้าครูนำส่งโรงพยาบาลเร็ว น้องคงไม่เป็นอะไร เพราะน้องเคยให้ออกซิเจน น้องไม่เคยเป็นอะไร ตนบอกว่าให้ติดต่อทางตน ซึ่งแทนที่เขาจะส่งโรงพยาบาลแต่ทำไมต้องรอตน

ด้าน นางธรรมสรณ์ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนกับว่าเราสื่อสารกันไม่ชัดเจน ณ เวลาตอนนั้นคุณครูช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว แต่การที่น้องต้องให้ออกซิเจนนั้นคุณครูประจำชั้นคงไม่ทราบ และสถานการณ์อย่างนี้ต้องใช้ออกซิเจน

นางธรรมสรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเยียวยานั้นทางโรงเรียนก็จะได้มีการระดมทรัพย์มาช่วยครอบครัวน้องที่เสียชีวิต ซึ่งทางเขตพื้นที่การศึกษาได้มอบเงินมาช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้ว เรามีมาตรการดูแลเด็กนักเรียนในระดับหนึ่ง แต่น้องเนสมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว

ผอ.โรงเรียน กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องความปลอดภัยของเด็กนักเรียน ทางคุณครูก็จะช่วยได้เบื้องต้นเท่านั้น เรามีการอบรมคุณครูในการทำ CPR เบื้องต้นเราไม่มีหลักสูตรนอกเหนือไปจากนี้หรือโรคเฉพาะทาง แต่เราประสานไปทางผู้ใหญ่ในกระทรวงแล้ว

น.ส.ภัชกรณ์ กล่าวว่า ครูประจำชั้นทราบจากผู้ปกครองแล้วว่าเด็กมีโรคประจำตัวตั้งแต่วันที่ตนรับสมัคร จึงได้มีข้อตกลงกับผู้ปกครองว่าหากมีอะไรที่เกิดกับตัวน้องจะแจ้งให้ทราบก่อนทุกครั้ง ช่วงที่เกิดเหตุน้องมีอาการไม่สบายและอาเจียน ตนก็ประสานไปยังตาของน้องด้วยการแชทไปบอก

น.ส.ภัชกรณ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งทางผู้ปกครองก็ตอบแชทกลับมาว่า จะรีบไปดูหลานที่โรงเรียน ระหว่างนั้นอาการน้องยังไม่ได้หนักมาก จึงยังไม่ได้รีบนำส่งโรงพยาบาลตนมีไทม์ไลน์ที่ชัดเจนทุกอย่าง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *