เอ๋ ไพโรจน์เผยชีวิตรัก

กลายเป็นดรามาขึ้นมาทันทีสำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง “เอ๋ ไพโรจน์ สังวริบุตร”

เมื่อเจ้าตัวถูกบุตรชาย “พีท รวิกร สังวริบุตร” วัย 22 ปี ออกมาแฉว่าจู่ๆ มารดา น.ส.กรชวัณณ์ ปิ่นจุฑานนท์

ที่หย่ากับบิดาไปแล้วก็ถูกผู้เป็นบิดาคัดชื่อออกจากการเป็นเจ้าของบ้านที่จังหวัดกาญจนบุรี

ภายหลังจากที่บิดาไปมีภรรยาใหม่และพามาอยู่ในบ้านด้วยก่อนยังระบุว่าผู้เป็นบิดายัง แ จ้งความจั บ ตนอีกต่างหาก

ชีวิตรักที่มีความหวานปนความเผ ด็ จ ก ารนิดๆ โดยบอกว่า ตนเองแต่งงานกันมา 10 กว่าปีแล้ว

อายุห่างกัน 21 ปี ซึ่งอาเอ๋ ไพโรจน์ ได้พูดติดตลกว่า ที่จริงเราห่างกันแค่ปีเดียว โดยคุณแม่ของเขาอายุอ่อนกว่าตนแค่ปีเดียว

แต่ยอมว่า การที่มีสามีรุ่นใหญ่ บางครั้งก็เหมือนพ่อ คือจริงๆ เราเปลี่ยนพฤติกรรมเราเยอะมาก ตั้งแต่มาอยู่ด้วยกัน

มีกฎเหล็กของบ้านก็คือต้องฟังคำของผู้บังคับบัญชา เลยทำให้ตอนนี้ตนเองเพื่อนน้อย เพราะต้องมีเวลาให้สามีเยอะๆ

คือเมื่อก่อนเราก็เป็นคนที่ชอบสังคม มีนัดดื่มกับเพื่อนบ้าง พอวันหนึ่งมันก็เกินลิมิตของชีวิตนิดนึง เพราะเราเจอพี่ที่ไม่ได้เจอกันนาน

ก็ชนแก้วกัน พอเช้ามาเค้าเรียกคุย บอกว่าถ้ายังไม่ปรับเปลี่ยนตัวเอง จะเปลี่ยนระดับความเชื่อถือ

จากแฟนเหลือแค่กิ๊ก ด้านภรรยาใหม่ของเจ้าตัวก็ยืนยัน ว่าตนเองไม่ได้เป็นสาเหตุให้ฝ่ายชายต้องเลิกกับภรรยาแน่นอน

และรู้สึกแย่ที่ต้องมาถูกกล่าวหาดังกล่าว นอกจากนี้เจ้าตัวยังระบุด้วยว่าเรื่องของปัญหาอายุที่ห่างกันถึง 21 ปีนั้น

ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการคบหากันแต่อย่างใด ทุกวันนี้ที่อยู่ด้วยกันโดยใช้ธรรมะและตนเองก็มีบุตรชายที่บวชมานานกว่า 10 ปีแล้ว

ถามถึงที่บุตรออกมาโพสต์ว่าโดนตัดชื่อออกจากทะเบียนบ้าน เรื่องผ่านมาและจบไปแล้ว จากวันนั้นมาชี้แจงเขาไปก็จบ

มีคนจับผิดว่าเราเป็นคนเซ็นให้เขาย้าย แน่นอน เราเป็นเจ้าของบ้าน จะเอาตัวเราเองไปเป็นเจ้าบ้าน

จริงๆแล้วโดยหลักการเขาจะต้องย้ายเขาทะเบียนบ้านกลาง เราก็ไม่ได้ทำขนาดนั้นนะ แค่เข้าไปเป็นเจ้าบ้าน

แล้วให้เขาเป็นลูกบ้าน ไม่ได้ดึงชื่อออก คนมองว่าพ่อบุตรแย่งสมบัติกัน อย่าพูดแบบนั้น เพราะทำให้บุตรเ สี ย ห าย

ในสังคมไทยไม่มีใครเห็นด้วยหรอกที่บุตรจะมาอยากได้สมบัติของพ่อแม่ ในขณะที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่

ฉะนั้นอย่าพูดแบบนั้นสงสารบุตร คนจะเข้าใจผิด เราก็ไม่รู้อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศเลยทำให้เขาโพสต์ออกไปแบบนั้น

เรื่องของเรื่องเราเป็นเจ้าของบ้าน อยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่ปี 2532 ผ่านมา 30 แล้วที่เราเป็นเจ้าของอยู่ตรงนั้น

จริงๆไม่ได้เป็นแบบถาวร เพราะยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ แค่นั้นเอ’ จริงๆ แล้วน้องพีทเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย

เป็นเรื่องระหว่างคุณแม่เขา คือแต่เดิมเนี่ยเมื่อก่อนแต่งงานอยู่ด้วยกัน เราเป็นเจ้าบ้านอยู่ทางกรุงเทพฯ

สร้างบ้านกี่หลังเราก็ต้องเอาคนอื่นไปใส่ชื่อไว้ ตั้งแต่วันนั้นพอมีข่าวมาก็ชี้แจงไปมันก็จบแล้ว ก็อย่าไปรื้อฟื้นอะไร

เรียกว่าเป็นปัญหาพ่อบุตรที่ยืดเยื้อและดังมาก ๆ จนปัจจุบันด้านของพ่อเอ๋ก็ได้ใช้ชีวิตกับภรรยาสาวคนสวยอย่างมีความสุขมาก ๆ เลยล่ะค่า