บ้านเกิด จ.บึงกาฬ ‘เข้ม หัสวีร์’

ถ้าเอ่ยชื่อ เข้ม หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล พระเอกหนุ่มหน้าคมที่หล่อแบบไทยๆ ซึ่งตอนนี้กลาย

เป็นพระเอกที่กำลังมาแรง มีผลงานละครออนแอร์ให้ได้ชมอย่างต่อเนื่อง กระแสและเรตติ้งดีตลอด

และผลงานเรื่องล่าสุด เขยบ้านไร่สะใภ้ไฮโซ เข้มก็ได้โคจรกลับมาเจอกับคู่จิ้น มุกดา นรินทรักษ์ อีกครั้งหนึ่ง

ถือเป็นพระเอกอันดับต้นๆของช่อง7ไปแล้วสำหรับเข้ม หัสวีร์ ที่ไม่ว่าจะมีผลงานอะไรมา

ก็สร้างเรตติ้งให้ช่อง7ได้ถล่มทลายทุกเรื่อง ล่าสุดในโลกโซเชียลมีการแห่แชร์ประวัติของหนุ่มเข้ม

กว่าจะถึงจุดนี้ เข้มผ่านชีวิตที่แสนลำบาก เพราะไม่มีใครคอยช่วยเหลือแนะนำ แต่พอเข้าวงการก็มีคนค่อยแนะนำสิ่งดีๆ

ปัจจุบันเข้ม หัสวีร์ เป็นพระเอกแถวหน้าของช่อง 7และไม่ลืมกลับไปดูแลคุณพ่อคุณแม่และญาติที่จ.บึงกาฬบ้านเกิด

เล่าถึงจุดพลิกของชีวิตให้เราฟัง ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงชีวิตหนึ่งของเขาก่อนที่จะได้เข้ามา

เป็นพระเอกละครที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างทุกวันนี้ “ตอนอายุ 18 ปี เรียนจบ ปวช.เข้ามาหางานทำที่กรุงเทพฯ

ได้งานเป็นช่างเชื่อมเหล็ก แล้วไม่มีเงินกินข้าว สำหรับผมตอนนั้นมันเคยเกือบไม่ไหว

ผมไม่ได้กินข้าว 3 วัน ไม่ได้คุยกับครอบครัว และตอนนั้นมีศักดิ์ศรีว่าจะไม่ขอใคร และตั้งแต่วันที่ออกมา

ทำงานก็ไม่ได้ติดต่อใคร แล้วตอนนั้นสิ่งแรกที่นึกถึงคือหน้าของแม่ แล้วนึกถึงความสะดวกสบาย

ความอบอุ่นในครอบครัวมันย้อนกลับมา อยู่บ้านมีข้าวกิน มีความอบอุ่นให้ แลกเปลี่ยนความคิด มีตาคอยถามสารทุกข์สุกดิบ

การเรียนเป็นยังไง แต่ในวันนั้นเราไม่มี ไม่ได้หันหน้าหาครอบครัว ผมเอาตัวเองออกมา

พอมันถึงจุดนั้นผมรู้สึกว่ามันไม่ไหวแล้ว ใกล้จะวูบแล้วเลยโทรหาแม่หลังจากที่ไม่ได้คุยกันมา 7 ปี

ผมบอกแม่ไม่ไหวแล้ว ผมไม่ได้กินข้าวเลย หลังจากที่คุยกับแม่ ผมรู้สึกวิ้ง สมองไม่ได้คิดอะไรเลย รู้แค่ว่าคงต้องไปแล้ว

มันเย็นขึ้นเรื่อยๆ ในร่ายกายเรา ไม่ได้กินข้าว มันโหยมากๆ ตอนนั้นแทบจะไม่มีความรู้สึกอะไรแล้ว

นอกจากภาพทุกอย่างที่มันย้อนกลับเข้ามาในความรู้สึกเรา พอได้คุยกับแม่ แม่ถามให้แม่กลับไปมั้ย

แม่บอกให้ไปขอข้าวเขากินก่อน เอาชีวิตตัวเองให้รอดในวันนี้ก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะกลับเลย

ตอนนั้นตัวผมชามาก กำแพง ศักดิ์ศรีมันพังลง ไม่รู้อะไรที่ทำให้ผมตัดสินใจโทรหาแม่

แม่คือที่สุดในชีวิตผมแล้ว ผมเลยจะไม่ทำให้แม่ไม่สบายใจ ถ้าทำผมจะโกรธตัวเองมาก

ผมอยากจะเติมทุกวินาทีคืนให้แม่ให้ได้มากที่สุดเท่าที่ผมจะคืนได้

ทำงานเสร็จผมจะรีบกลับบ้านไปหาแม่ ไปหอม ไปกอด ไปอ้อนแม่ก่อนนอน