อดีตสามี พิ้งกี้ สาวิกา

กลายเป็นกระแสข่าวใหญ่โต เมื่อนางเอกสาว พิ้งกี้ สาวิกา ได้ออกมายอมรับแล้วว่า ในตอนนี้ ตน

และสามีเศรษฐีกลายเป็นกระแสข่าวใหญ่โต เมื่อนางเอกสาว พิ้งกี้ สาวิกา ได้ออกมายอมรับแล้วว่า ในตอนนี้ ตนและสามีเศรษฐี

เพชร อิทธิ ได้เ ลิ ก รากัน ! ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ชี้แจงถึงเหตุผลการเ ลิ ก ราในมุมของตัวเองที่เรียกว่าเป็นหนังคนละม้วนเลยทีเดียว!

แต่เรื่องราวก็จบลงเพราะสาว “พิ้งกี้” ขอให้จบเพียงเท่านี้!! ล่าสุด ทางหนุ่มเพชรอดีตสามี ของสาวพิ้งกี้ ได้ออกมาโพสต์

ข้อความว่า “ผมไม่ใช่ต้นเหตุ ผมจึงสงวนสิทธิในการตอบอะไร และให้ทางนั้นพูดมา เ สี ยก่อนดีกว่าครับ” และยังบอกอีกว่า

“ผมสะดวกใจมากกว่า หากข่าวเริ่มออกมาจากฝ่ายหญิง (พิ้งกี้) ก่อนนะครับ เพราะอย่างไรเ สี ยผมควรให้เกียรติผู้หญิงบ้าง

ไม่มากก็น้อยครับผม”สภาพจิตใจเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากที่เ ลิ ก กันมา เพราะพิงกี้บอกว่าก็ยังงงๆ กันอยู่ในช่วงที่ เ ลิ ก กัน?

“เอาตรงๆ นะครับ ผมคิดว่าถ้าเขามีความสุขที่จะทำอะไรตรงนั้น ก็ควรปล่อยให้เขามีความสุข การที่มีคนเข้าใจผิดว่าผมไม่ให้

เขาทำงาน มันไม่ใช่ คือเป็นเรื่องที่คนเข้าใจผิดมา 3 ปีกว่าแล้ว และผมก็ขี้เกียจอธิบายว่าก่อนแต่งงานกันเราพูดอะไรกันไว้

เขาขออะไรผมไว้แต่พอตอนหลังเขาอยากจะทำงาน ผมก็มองว่า คำพูดที่เคยให้ไว้กับผม มันก็ไม่ควรจะมีหรือเปล่า ไม่ต้องมีผมก็ได้

ถ้าอยากจะไปทำงานก็ไป”ไม่เคยห้ามพิงกี้ไม่ให้ทำงาน? ไม่เคยครับ อย่างนี้นะ หลังๆ ก็มีคนมาพูดเรื่องอยากให้น้องกลับไปทำงาน

ในวงการบันเทิง ผมก็ยอมนะ แต่ก็ขอว่าอย่าทิ้งงานหลัก เพราะมันคือชีวิตของเราทั้งชีวิตณ วันนี้ยุติความสัมพันธ์ไม่คิดจะกลับไ

เคลียร์หรืออะไรอีกแล้ว? คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า ตอนที่น้องเขาไม่ได้แต่งงานเขาก็มีความฝันอยากแต่งงาน มีครอบครัว

แต่พอวันนึงเขามีแล้วรักษามันไว้มั้ย แต่ถ้าให้ผมต้องมานั่งรักษาอยู่ฝ่ายเดียว ผมก็อยู่คนเดียวเป็นเหมือนกัน เพราะมีอีกหลายคนที่อยาก

จะเดินเข้ามาและร่วมสร้างอะไรกับผมพยายามปรับกันมาตลอด 3 ปีแล้ว? อย่าใช้คำว่าปรับได้มั้ย ใช้คำว่าผมนั่งดูการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่

ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วกันผมให้ตังบ้านเขาเดือนละเท่าไร คนบ้านเขาก็น่าจะรู้ พูดตรงๆ นะ มันไม่ใช่หน้าที่ผม แต่ผมก็ทำให้หลายเท่า

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​เพราะผมมองว่ามันคือครอบครัว จะมาพูดให้คนไม่ชอบผมทำไม”ตั้งแต่วันที่มีเรื่องยังไม่ได้คุยกันเลยใช่มั้ย?

แค่การกระทำมันก็จบแล้วไง เหมือนกับตอนที่ผมให้สัมภาษณ์ตอนแต่งงานว่ามีอะไรจะสัญญามั้ย

ผมก็บอกว่าไม่ต้องสัญญา เพราะการกระทำมันพูดดังกว่าคำพูด