ที่วัดแห่งนี้ไม่รับเงิน บ ริ จ า ค เก็บไว้ให้พ่อแม่ โ ย ม เถอะนะ

หากจะเอ่ยถึงสำนักวัดป่าที่ยัง รั ก ษ า ข้อวัตร และปฏิปทา ธรรมเนียมของพระป่า ที่เข้มข้นที่สุดในยุคนี้ ต้องกล่าวถึง สำนัก “วัดป่าดานวิเวก (วัดดงศรีชมภู) ” อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ เนื่องจากเป็นวัดที่คง ป ฏิ ป ท า สายพระป่า ที่หาได้ ย า ก ยิ่ง โดยมี หลวงปู่ปรีดา (ทุย) ฉนฺทกโร เป็นผู้อบรมสั่งสอน

ท่านเป็นพระธรรมยุตสายพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต เป็นศิษย์รุ่นน้องหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน อดีตเจ้า อา วาส วัดป่ าบ้านตาด จ.อุดรธานี ในด้านปฏิปทาท่านเป็น พระ สม ถะ สันโดษ มีความเป็นอยู่เรียบง่าย น่าเลื่อมใส และเจริญรอยตาม คำสอน แห่ง องค์ พระ ศ า ส ด า พระ สัม มา สัม พุทธ เจ้า

บุคลิกของหลวงปู่ที่ศิษยานุศิษย์รู้จักดี คือ ความดุ เจ้าระเบียบ และความเคร่งครัด แต่จิตใจท่านมีความเมตตาต่อบรรดาลูกศิษย์ เวลาทำอะไรจะยึดถือปฏิบัติตามแบบโบราณตามที่ครูบาอาจารย์สอน ไม่ใช้เทคโนโลยี เพราะท่านเห็นว่าเทคโนโลยีเข้ามาจะเป็นผลเสีย ซึ่งเห็นได้ว่าคนสมัยนี้วิ่งเร็วเกินตัวเองไปมาก ถือเป็นเรื่องอันตราย

ถึงแม้หลวงปู่ทุยจะดุในแง่เจ้าระเบียบ และ รั ก ษ า ข้อวัตร-ปฏิปทาอย่างเข้มงวดกวดขัน แต่ก็มี “พระ-เณร” พากันหลั่งไหลเข้ามาจำ พ ร ร ษ า เพื่อศึกษากับท่านมากขึ้น เพราะสิ่งที่ท่านสอนสั่งนั้นมุ่งอรรถธรรมจริงๆ เช่นนั้นลูกศิษย์หมู่พระเณรในวัดนี้มีแต่พระปฏิบัติกันจริงจัง ทำให้พระที่ไม่มุ่งมั่น พระที่ไม่ชอบข้อ วั ต ร ไม่ชอบภาวนา แบบนี้จะอยู่ไม่ได้ เพราะไม่ยินดีก็จะไม่ อ ย า ก มาอยู่ ไม่ต้องสงสัยเลย

จนเป็นที่กล่าวขวัญกันว่า “ ถ้าอยากรู้ข้อวัตรสมัยยุค ห ล ว ง ปู่มั่นว่าท่านพาลูกศิษย์ดำเนินอย่างไร ให้ไปดูสำนักวัด หลวงปู่ปรีดา (ทุย)” สำหรับวัดป่าดานวิเวกไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ นอกจากศาลาใหญ่หลังหนึ่งและกุฏิที่อยู่ห่าง ๆ กันไปเท่าที่จำเป็น อ า ส น ะ ของพระสูงกว่าพื้นดินเพียงคืบเดียว

หากใครได้เข้าไปในบริเวณ วัด ป่า ดาน วิเวก จะเห็นว่า วัดสงัดเงียบมาก ร่มรื่น เพราะเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยมากมาย แต่ถึงต้นไม้จะเยอะ ใบไม้จะร่วงหล่นลงมามากแค่ไหน ก็หาได้สู้ความขยันของ พร ะ เ ณรในวัดไม่ เพราะพระเณรจะช่วยเก็บกวาดและทำความสะอาดเสนาสนะทุกวัน

ธรรมะที่หลวงปู่สอนเทศน์ชาวบ้านญาติโยม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องง่ายๆ แต่แสดงให้เห็นข้อวัตรปฏิบัติและปฏิปทาอันงดงามของท่านอย่างชัดเจน เช่น “โยมไม่ต้องมาบริจาคเงินให้วัด โยมเอาเงินไปให้พ่อแม่ได้บุญมากกว่าเอามาให้วัด เรื่องเงินไม่สำคัญ ฆราวาสมีศีล 5 ก็พอ” เป็นปรัชญาสั้นๆ ที่คมลึกซึ้ง

นอกจากนี้ ท่านมักจะเทศน์สอนบอกชาวบ้านว่า “โยมอย่าเอาไฟฟ้าเข้าวัด เพราะจะทำให้พระต้องมีค่าใช้จ่าย พระไม่มีรายได้ อยู่โดยไม่มีไฟฟ้าดีกว่า” หรือ “โยมมาที่วัด ขออย่าอึกทึกเสียงดัง มาอยู่วัดให้ทำสมาธิ ฝึกจิต ได้บุญกว่ามานั่งกราบพระ” เป็นต้น

หลวงปู่ทุยท่านมีปฏิปทาว่าจะไม่สร้างวัตถุถาวรใด ๆ เกินความจำเป็น มุ่งปลูกป่า อ ย่ า ง เดียว หากจะใช้ลำไม้ได้กรณีที่ต้นไม้นั้นล้มหรือไม่ไหวเอง วัดจะไม่ใช้ไฟฟ้าและระบบน้ำประปา โดยสั่งห้ามไว้ไม่ให้มีการต่อไฟฟ้าเข้ามาในวัด อ ย่ า ง เด็ดขาด ส่วนน้ำนั้น “พระ – เณร” จะช่วยกันไปตักน้ำมาจากบ่อบาดาลมาใส่โอ่งใส่ตุ่มไว้ใช้

เมื่อไม่มีไฟฟ้าและประปา จึงไม่จำเป็นเลยที่ ญ า ติ โยมจะต้องมาบริจาคเงินเข้าวัด ดังนั้น สำนักนี้ท่านไม่มีบอกบุญ ไม่มีเรี่ยไร ไม่มีการชวนบริจาค ไม่มีชำระหนี้สงฆ์อะไรทั้งสิ้น ไม่ขอ ไม่ตั้งตู้ให้ญาติโยมหยอดเหรียญทำบุญประจำวันเกิดเพื่อหาเงินเข้าวัด ไม่จัดงานหาเงินหา ปั จ จั ย เข้าวัด

ใครที่เคยมากราบหรือสนทนาธรรมกับหลวงปู่ทุยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หลวงปู่เป็นพระสมถะ เคร่งครัดในข้อวัตรปฏิบัติอย่างมาก ถึงแม้บุคลิกท่านจะดูค่อนข้างดุ เจ้าระเบียบ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย กระนั้นพระเณรทั้งหลายก็อยากมาอยู่ศึกษาธรรมะกับท่าน เพราะชอบใจในข้อวัตรปฏิบัติที่หลวงปู่วางไว้และเพื่อมุ่งอรรถมุ่งธรรมจริงๆ

ยุคสมัยที่เงินทอง ครอบ งำทุกชนชั้นวรรณะจนหลายคนหลงลืมแก่นแท้ของชีวิตว่า ความสุขแท้จริงมันเกิดขึ้นได้อย่างไร แม้แต่วงการศาสนาไม่วายที่หลายวัดต้องกลายเป็นพุทธพาณิชย์ บางวัดมุ่งเทศนาชวนเชื่อแต่เรื่องการบริจาคเงิน จนลืมแก่นแท้ของ พ ร ะ พุ ท ธ ศาสนา แต่สำหรับหลวงปู่ทุยแล้วยังคงเป็น พ ร ะธรรมดา สมถะ สันโดษ ตั้งมั่นในศีลาจารวัตร เป็นที่เลื่อมใสของชาวพุทธอยู่เสมอ

ขอกราบสาธุบุญหลวงปู่

ขอบคุณที่มา ข้อมูลและภาพจาก ห ล ว ง ปู่ ทุ ย แห่งวัดป่าดานวิเวก
ขอบคุณข้อมูล : Line today